forget it or not...?

posted on 28 Apr 2010 01:47 by prohibitedworld in blablah

มีเรื่องอะไรที่เราเกือบหลงลืมไปแล้วบ้าง?...

 

อย่างน้อยๆ...เราก็เกือบลืมไปแล้วว่าเราเคยเปิด blog ไว้ที่นี่

...ที่เราเปิดมาเมื่อตอนที่เราไม่รู้ว่าจะหันไปพูดให้ใครฟัง

ในช่วงเวลาที่เราสับสนและต่อสู้กับตัวเองหนักที่สุดในชีวิต

 

จนถึงวันนี้ เรากลับไปอ่าน blog, diary, journal หรืออะไรก็ตามที่เราเคยเขียนไว้ในช่วงเวลานั้นไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

ความรู้สึกที่เราได้กลับไปอ่านในแต่ละครั้งมันต่างกันออกไป

,,เราเคยรู้สึกเจ็บปวดกับมัน

,,เราเคยรู้สึกเศร้า เสียใจกับมัน

,,เราเคยรู้สึกเสียดายมัน 

,,เราเคยรู้สึกเฉยชากับมัน

,,เราเคยรู้สึกเบื่อหน่ายมัน

,,เราเคยรู้สึกดีกับมัน

,,เราเคยรู้สึกตลกกับมัน

,,เราเข้าใจมัน

จนถึงวันนี้,,เราลืมความรู้สึกในเวลานั้นไปแล้ว

และเรามองกลับไปเหมือนกับนั่นมันไม่ใช่ตัวเรา,,แต่มันดันใช่

อย่างเดียวที่เรารู้สึกเมื่อเรากลับไปอ่านมันในวันนี้

 

,, เราเปลี่ยนไปมากจริงๆ ,,

 

ในเวลานั้นเราพยายาม "ลืม"

และมีหลายคนบอกว่า การตั้งใจลืมเป็นการตอกย้ำความจำอย่างหนึ่ง ซึ่งเราว่าจริง

และเมื่อเราเลิกคิดถึงเรื่องนั้นๆไป สิ่งต่างๆมันก็หายไปเอง...โดยเฉพาะความรู้สึก

ส่วนสิ่งที่ยังหลงเหลือไว้ก็มีแต่เรื่องราวดีๆ ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะจำ แต่มันดันจำได้เอง

หรือนี่จะเป็นกลไกตามธรรมชาติของมนุษย์ที่อยู่คนเดียวบ่อยกว่าที่ควรจะเป็นอย่างเรา

ที่มักจะจดจำเรื่องราวดีๆไว้เติมกำลังใจให้ตัวเอง ในวันที่ไม่มีใครมาเติมให้เรา

ซึ่งเราว่ามันก็เป็นเรื่องดี ที่ทำให้มนุษย์คนใดๆสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองได้โดยไม่ขาดกำลังใจตายไปเสียก่อน

แต่บางทีก็มีข้อเสีย...ที่ทำให้มนุษย์อย่างเรารู้สึกตัวอยู่เสมอว่าเราอยู่กับ ตัวเอง คนเดียว

 

กลับมาที่การย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวเก่าๆของตัวเองกันต่อ

คราวนี้เราอ่านแล้วเรามองเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองชัดเจนมาก ราวกับว่าเราเป็นคนละคนกับตอนนั้น

ไม่ได้รู้สึกเศร้า เสียใจ เสียดาย เวทนา น่าขำ ตลก หรือมีความสุข...แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง

เป็นความรู้สึกแปลกๆ งงๆ

แล้วก็ได้แต่คิดว่า อะไรที่ทำให้เราเปลี่ยนไป ทั้งๆที่เราไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเราเปลี่ยนไป

บริบททางสังคม? กาลเวลา? สถานการณ์ต่างๆ? วิถีชีวิต? สิ่งที่พบเจอ? หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะสามารถหล่อหลอมให้เราเปลี่ยนไปเรื่อยๆได้

กว่าจะรู้ตัวอีกที เราก็เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ซะแล้ว ... 

 

 

ยังมีอะไรที่เราหลงลืมไปแล้วอีกบ้าง...?

 

 

สวัสดีมนุษย์ตัวคนเดียว 

 

Comment

Comment:

Tweet

เออ จริงว่ะ มึงไม่ได้โลกในแง่ร้ายจริงๆด้วย

big smile

#3 By modzip on 2010-04-28 15:50

โหย นี่กูต้องซาบซึ้งเลยไหม?

ฮ่าๆๆๆๆๆ ล้อเล่นน่ะ...



เรื่องการบ่นของกูนี่...มึงก็รู้ว่ากูขี้บ่น ฮ่าๆๆ
กูเคยวิเคราะห์ว่ามันอาจเป็นนิสัยที่มีผลมาจากพื้นฐานอันไม่ค่อยสมประกอบของกู
กูไม่ได้ตั้งใจบ่นให้ใครมาเข้าใจกูมากกขึ้นหรอก
แล้วบางทีถึงแม้ว่ามันจะทำให้ใครหลายคนอยู่ไกลจากกูมากกว่าที่ควรจะเป็น แต่กูชอบบ่นนะ...
เพราะอย่างน้อยมันทำให้กูรู้ได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และชัดเจน ว่าใครยังอยู่กับกูบ้าง และกูควรปฏิบัติตัวกับใคร ยังไง

ส่วนการมองโลกในแง่ร้าย
เพื่อนสนิท(ที่สุด)ของกูคนนึงเคยเขียน status ไปเมื่อสองสามวันก่อน
มันบอกว่า
"Don't say I'm too pessimistic, I just see the world as it be."

...ในสายตากู...โลกไม่ได้สวยงามนักหรอก

ปล.เคยมีคนบอกอีกว่ากูเป็นคนมีเหตุผลและ logic สูง -.-"

#2 By glassy on 2010-04-28 10:04

Hot!

หลังๆมานี่ กูชอบฟังมึงบ่นนะแจน

ไม่ใช่เพราะกูพยายามจะเข้าใจมึงมากขึ้นหรอก

แต่มันทำให้กูเห็นตัวเองชัดมากขึ้นทุกทีๆ

กูก็เป็นแค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ซึ่งวันนี้กูยอมรับตัวเองได้(ในระดับหนึ่ง555)


และมึงทำให้กูรู้สึกว่า คนที่ชอบมองโลกในแง่ร้ายอย่างมึงมักทำให้โลกสวยงาม มากกว่าคนอย่างกูที่คอยแต่คาดหวังให้มันสวยงามอยู่เสมอ

บางทีคนอย่างกูอาจจะเป็นต้นเหตุของโลกในแง่ร้าย ส่วนมึงก็เป็นต้นเหตุของโลกในด้านดีที่กูกำลังตักตวงก็ได้

ดีใจที่หาบล็อกมึงเจอ :)

#1 By modzip on 2010-04-28 03:32