beloved, believe

posted on 25 Jul 2012 16:38 by prohibitedworld
เมื่อวานไปรับจ๊อบงานหนึ่งมา...
 
หลังจากลาออกจากงานแรกในชีวิตมาประมาณเดือนนึง (นับตามวันที่ไม่ได้เข้าออฟฟิศน่ะนะ) เราก็เริ่มจัดการชีวิตของเราให้เข้ารูป(สำหรับเรา) แต่ไม่ได้เข้ารอยนักสำหรับผู้ใหญ่(โดยเฉพาะคนที่บ้าน)
 
เท้าความตั้งแต่สมัยเลือกคณะตอนแอดมิชชั่น (ดีที่พ้นรุ่นเอนทรานซ์มาแล้วไม่งั้นเดี๋ยวนี้จะโดนมองว่าแก่) เราเลือกคณะอย่างตามใจตัวเองที่สุด ตอนนั้นเลือกเพราะความชอบล้วนๆ ซึ่งขัดใจแม่มาก แต่เราเชื่อจริงๆว่าเราจะสนุกและมีความสุขมากถ้าได้เรียนในทางที่เราเลือก และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
 
ย้อนกลับไปตอนมัธยมเราแต่เรามีสิ่งที่เราชื่นชอบและนับถือในความสามารถของเขาเหล่านั้นอยู่มากมายทีเดียว...เขาเหล่านั้นในที่นี้ไม่ใช่แค่บุคคล เราคิดแค่ว่า วันหนึ่งเราอยากลองเป็นแบบนั้น หรือทำแบบนั้น หรืออยู่ในที่แห่งนั้นดูบ้าง ไม่รู้เขาเรียกกันสวยๆว่าความฝันหรือเปล่า สำหรับเราคำว่าความฝันมันดูยิ่งใหญ่เกินไป เราเรียกมันว่าความชอบและอยากลอง แต่ไม่ว่าจะเรียกอะไร ในตอนนั้นมันดูช่างห่างไกลจริงๆ
 
เมื่อเข้ามหา'ลัย เรามีโอกาสเข้าใกล้ 'สิ่งนั้น' มากขึ้นอีกหน่อย และอย่างที่บอกไป เรามีความสุขจริงๆที่ได้ใช้ชีวิตสี่ปีที่นี่
ความชอบและอยากลองของเราค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทีละนิด ค่อยๆสำเร็จไปทีละอย่างสองอย่าง
เมื่อเรียนจบครบ 4 ปี เราทำความชอบและอยากลองของเราได้เกือบทั้งหมด เหลืออยู่ไม่กี่อย่างที่ในระหว่างทางเราจำเป็นต้องเลือกเพื่อให้ทางเดินของเราชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่เราไม่เสียดายทางที่เราไม่ได้เลือกเลยแม้แต่น้อย เพราะสุดท้ายเราก็ยังได้ดูมันอยู่ห่างๆ
เรียกได้ว่าเราพอใจกับทางที่เราเลือกมากทีเดียว...
 
เราได้เลือกในสิ่งที่เรารักจริงๆ
 
เราว่าเราโชคดีมากที่ถือว่าเป็นคนรู้ตัวเองเร็วประมาณนึงว่าตัวเองอยากทำอะไร การเลือกที่ผ่านมาเลยทำได้ไม่ยากนัก แต่ที่ยากคือต่อไปจากนี้ต่างหาก
 
ก่อนหน้านี้เราคิดมาตลอดว่าถ้าได้ทำงานที่รักชีวิตน่าจะมีความสุขดี เราได้ทำงานที่รัก แต่เอ๊ะ...ทำไมแปลกๆ
เอาเข้าจริงแล้ว บางทีความรักก็กินไม่ได้ ฮา~
 
ว่ากันตรงๆ งานที่รัก ดูดี มีกิน แต่ไม่มีเก็บ แถมบางทีต้องเสียจริตกับความเยอะหลายๆอย่างที่... เฮ่อ..... ต้องบอกว่า 'เราเลิกกันเถอะ'
 
งานก็เหมือนคนรัก รักแค่ไหนถ้าเข้ากันไม่ได้ สุดท้ายก็แยกกันไป
 
และเดือนก่อน เราก็แยกจากงานที่เรารักมา
 
หลังจากลาออก เราก็ทำชีวิตให้เข้ารูปเข้ารอย โดยการอยู่บ้านเฉยๆ!?
คืออยู่ในช่วงทำใจและคิดหนักถึงอนาคตของตัวเอง หลังจากได้ทำงานที่เรารักสำเร็จไปแล้ว เราก็เลยไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรต่อดี ยังไงล่ะจ๊ะทีนี้ ชีวิตยากเลยจ้ะ
 
ถามว่าอยากทำงานเก่าต่อไหม ก็อยากทำ เพราะชอบมาก แต่มันอยู่ไม่ได้จริงๆ(ด้วยเหตุผลหลายประการ)
แต่ถ้าถามว่าจะไปทำอะไรต่อ เราก็ยังตอบไม่ได้ เพราะเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากทำอะไรต่อไปแล้ว และเราก็ไม่อยากไปเรียนบริหารแบบที่เค้าเรียนกันด้วย ดันเกิดมาเป็นคนชนิดที่ว่าไม่ชอบอะไรก็จะไม่ทำเลย... เราใช้ชีวิตด้วยความอยากมาตลอด
 
ระหว่างสับสนอยู่นี่ก็กำลังทำใจว่าจะไปเรียนในสิ่งที่ดูมีอนาคตมากกว่าสิ่งที่รักแทน
 
แล้วเมื่อวานก็ไปรับจ๊อบงานหนึ่งมา...
งานที่รักจากที่ๆเรารักและได้ฝึกงานที่นั่น (ก่อนที่จะได้ทำงานที่รักแต่ไม่ใช่ที่ๆรัก)
 
ได้กลับไปทำงานอีกครั้ง สนุกและมีความสุขมากกกกกกก
เหนื่อยให้ตายก็ยังสนุก
เห็นคนอื่นมีความสุข เรายิ่งมีความสุข
 
วันนี้เราเลยกลับมานั่งคิดไม่ตกอีกครั้ง
 
...เราจะเลือกสิ่งที่รัก หรือเลือกสิ่งที่คนอื่นเชื่อว่าดี...

เปลี่ยน

posted on 15 Jun 2012 22:37 by prohibitedworld in blablah
เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน
 
ชีวิตคนเราจะเปลี่ยนแปลงตอนไหนบ้าง
 
เกิด ร้องไห้ คลาน ตั้งไข่ หัดพูด เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน เข้าโรงเรียน
อนุบาล ประถม ม.ต้น ม.ปลาย เข้ามหา'ลัย เรียนจบ ทำงาน ย้ายงาน เรียนต่อ
มีเพื่อน มีแฟน แต่งงาน มีครอบครัว
...
 
ตลอดชีวิตคนเราคงต้องเจอการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ
 
ชีวิตฉันกำลังจะเปลี่ยนอีกครั้ง
 
 
 
 

เ-า

posted on 06 Apr 2011 01:53 by prohibitedworld in blablah
พรุ่งนี้วันพุธไม่ใช่วันเสาร์
แต่เป็นวันหยุดของเพื่อนๆเขา
จึงนัดกันไปกินเหล้า
ยกเว้นแต่เรา
ไม่ได้กินเหล้า
เพราะต้องขับรถกลับบ้าน เลยอดเมา
ทั้งๆที่อยากกินเหล้าในวงเล่า
คลุกเคล้ากลิ่นอายวันเก่าเก่า
กับเพื่อนของเรา
สุดท้ายเลยต้องกลับบ้านมานั่งเหงา
 
ชีวิตฉันช่างน่าเศร้า...
 

อยู่คนเดียว

posted on 03 Jan 2011 01:51 by prohibitedworld
วันก่อนมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนยาวๆ เรื่องการอยู่คนเดียว
 
ในสายตาคนอื่น เราคงเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้
อยู่คนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ขับรถเอง เป็นสาวถึก
ดูหนัง ชอปปิ้งคนเดียวได้ บ้างาน
 
 
แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหงาไม่เป็น...
 
 
สิ่งที่เราบอกเพื่อนเราวันนั้นคือ
เวลาเหงาเวลาเศร้า ก็อย่ามัวนั่งเหงา นั่งเศร้าไป เสียเวลาเปล่าๆ
คนเราเกิดมามีเวลาอยู่บนโลกซักกี่ปีกัน แค่เวลานอนก็หมดไปค่อนชีวิตแล้ว
แถมยังมีอะไรที่อยากทำ อยากเป็น อยากไป อีกเต็มไปหมด
ถ้าไม่รีบหัด รีบทำ รีบไป แล้วจะเอาเวลาไหนไปทำได้อีก
เรื่องบางเรื่องก็สามารถทำได้แค่ในช่วงอายุหนึ่ง
(เช่นอยากขึ้นภูกระดึงตอนอายุ 70 ก็อาจจะไม่ไหว)
เวลาเหงาก็ให้ลองนึกดูว่า มีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำอีก
เมื่อนึกได้แล้วก็จงทำซะ อย่านั่งปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ กับความเหงา
เพราะมันจะทำให้เราเสียเวลาไปกับความทุกข์
แทนที่จะใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่ากับการหาความสุข(ที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น) ยังดีซะกว่า
ชีวิตมันสั้น ใช้มันให้คุ้ม
...เนอะ...
 
แต่คิดไปคิดมาอีกที
เพราะคิดแบบนี้มากไป บางทีก็อาจจะกลายเป็นคนเย็นชาก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆ
 
 
 
 
ทุกครั้งที่ขึ้นปีใหม่ สิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำในทุกๆปีคือ
มีสติ และ ใช้ชีวิตทุกนาทีให้มีความสุขที่สุด (โดยไม่เดือดร้อนใคร)
และปีนี้...ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น
 
:)
 
 
 

Happy bunny year

posted on 01 Jan 2011 23:06 by prohibitedworld
สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน (ที่หลงเข้ามาอ่าน อิอิ)
 
จริงๆแล้วไม่ค่อยได้มาเขียนบล็อกที่นี่สักเท่าไหร่
เพราะว่ามัวแต่ติดทวิตเตอร์
รู้สึกว่าจะตรงกับวิสัยส่วนตัวมากกว่า
สั้น ง่าย ได้ใจความและรวดเร็ว
แถมยังได้หัดใช้คำให้กระชับ เป็นการฝึกสมองและภาษาไทยไปในตัว
 
วันนี้ฤกษ์งามยามดี ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ก็เลยมาเขียนเก็บไว้สักหน่อย
 
 
ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งการทำงานของเราอย่างแท้จริงเลยทีเดียว
เปิดต้นปีมาก็เริ่มทำละคอนเวทีของคณะ "ดาลิต...ผู้เป็นที่รัก"
ละคอนเวทีที่เราเฝ้ารอคอยมาตลอดสี่ปีของการเรียนมหา'ลัย
จำได้ว่าตอนม.ปลายเวลาไปดูละคอนแล้วอ่านสูจิบัตร
จะชอบคิดเล่นๆว่า ถ้าวันนึงเรามีโอกาสได้มีชื่อลงในสูจิบัตร
แล้วก็ได้เขียนขอบคุณกับเค้าบ้าง จะเขียนว่าอะไร
การทำละคอนเรื่องนี้ก็เลยทำให้ความฝันเล็กๆอย่างแรกในชีวิตของเราเป็นจริง
(ถึงแม้ว่าฝ่ายกราฟฟิคจะบังคับมาให้แค่ 140 ตัวอักษรก็เหอะ)
ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ทำละคอน (เหมือนตั้งท้อง)
ให้ทั้งร้อยยิ้ม น้ำตา รอยตีนกา ความเครียด เสียงหัวเราะ ร้องไห้ โวยวาย ฯลฯ
เรียกได้ว่ามีครบทุกรสชาติ
การทำละคอนถือว่าเป็นการฝึกฝนและเป็นบทเรียนที่หาไม่ได้ในตำราเล่มไหน
เราเคยคุยกับเพื่อนหลังจากละคอนเรื่องนี้จบไปว่า
มันเป็นเหมือนทีสิสเล่มใหญ่ ที่พวกเราทุกคนช่วยกันสร้าง ช่วยกันเขียนมันขึ้นมา
เป็นบทสรุปของชีวิตการเรียนมหาวิทยาลัยของพวกเราทุกคน
ละคอนเรื่องนี้เกิดมาได้ก็เพราะทุกคนช่วยกัน และมันไม่ใช่แค่พวกเรา
ทั้งรุ่นพี่ที่คอยสนับสนุน ทั้งน้องๆที่มาช่วยกันทำงาน
ก็ถือว่ามีส่วนช่วยเขียนทีสิสเล่มนี้ของพวกเราเช่นกัน
ถึงตอนทำงานจะมีอาการท้อ งอแง เครียด หรืออาจจะหงุดหงิดไปบ้าง
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็คุ้มค่าเกินกว่าที่จะมีอะไรมาบรรยายได้
มีหลายคนถามเราว่า ละคอนเรื่องนี้ดีไหม
สำหรับเรา นี่เป็นคำถามที่ตอบยากที่สุดตั้งแต่ทำละคอนมา และเราไม่เคยตอบได้
ในฐานะคนทำ มันไม่มีทางที่จะเพอร์เฟ็ค 100% 
เรายังคงมองเห็นข้อบกพร่องและสิ่งผิดพลาดอยู่เสมอ
เราก็เลยตอบไม่ได้ว่าละคอนมันดีหรือไม่
สิ่งที่เราพอจะตอบได้คือ เราภูมิใจกับมันมากๆ
เมื่อก่อนตอนเป็นคนดู เราอยากรู้ว่าความรู้สึกของทีมงานหรือนักแสดงที่อยู่บนเวทีจะเป็นยังไง
ละคอนเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า การเห็นคนดูอินไปกับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา มันวิเศษมากขนาดไหน
 
 
พูดถึงละคอนมาเยอะมาก เปลี่ยนเรื่องกันบ้างดีกว่า
ระหว่างทำละคอน เราก็ได้ทำความฝันอีกอย่างนึงของเราไปพร้อมกัน
นั่นคืออยากลองจัดรายการวิทยุดูสักครั้ง
แล้วก็ได้ทำจริงๆ แถมเป็นวิชาเรียนด้วย
พอได้ทำแล้วก็ชอบอย่างที่คิดไว้จริงๆ มีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดรายการ
ถึงจะยังทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็ถือว่าเป็นการฝึกฝนที่ดี
และรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาเรื่องการพูดและความรู้เรื่องเพลงไทยเยอะขึ้นมาก
(คิดเอาเองทั้งนั้นอ่ะ)
สุดท้ายก็หวังว่าจะได้ยึดอาชีพในวงการนี้ต่อไป อิอิ
 
 
คิดๆดูแล้ว ปีที่ผ่านมานี่ถึงจะเจอเรื่องร้ายแบบไม่ตั้งตัวติดๆกันหลายครั้ง
แต่ก็ถือว่าเป็นปีที่ดีปีหนึ่งของเรา เรียกว่าเป็นปีแห่งฝันที่เป็นจริงเลยทีเดียว
ระหว่างทำละคอนถึงจะตกบันไดกระดูกแตก เข้าเฝือกครั้งแรกในชีวิต
หลังจากนั้นสองเดือนก็เอารถไปหมุนบนทางด่วนจนรถพังยับ (เป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้ขับเร็วแต่อย่างใด)
แต่สุดท้ายก็รอดมาได้โดยไม่มีใครเป็นอะไร
และทั้งสองเหตุการณ์นี้ก็ยังทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจริงๆ
 
 
พอเข้าสู่ช่วงสิ้นปีก็ยังได้ทำในสิ่งที่อยากทำอีกอย่าง
คือได้ฝึกงานในที่ๆตัวเองชอบ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะสนุกอย่างที่คิดไว้จริงๆ
ตอนนี้เหลือเวลาฝึกอีกเดือนนึง ซึ่งจริงๆได้ชั่วโมงครบแล้ว
แต่ดันลงไว้เกินซะมากมาย ดีที่เป็นที่ถูกใจ เลยไม่งอแงที่จะไปทำ ฮ่าๆๆ
ไปฝุกงานก็ได้ทำงานที่ชอบ ได้เห็นเบื้องหลังการทำงานที่อยากเห็นมานาน
ได้เจอกับพี่ๆและเพื่อนๆที่น่ารัก ฮา และชิลที่สุดในสามโลก
ตอนนี้เพื่อนๆก็ฝึกเสร็จกันหมดแล้ว...เดือนสุดท้ายท่าจะเหงาแน่
 
 
ระลึกความหลังตลอดปีมาซะยาวไกล
(จริงๆทำละคอนก็กินเวลาไปค่อนปีละ)
พูดถึงปีใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆกันบ้าง
ปีนี้ไม่ได้ตั้งใจอยากทำอะไรเป็นพิเศษ
แต่ขอให้เรียนจบอย่างดี มีเวลาพักผ่อน ดูแลตัวเองและครอบครัว
แล้วก็ขอให้ได้ทำงานที่ชอบและสนุก ทำแล้วมีความสุขก็พอ
 
 
ยังไงก็ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน
แฮปปี้ มีความสุข สนุกสนาน เบิกบานใจ โรคภัยไม่เบียดเบียน การเรียนดี มีงานทำ ขำขำ ชิลชิล กันตลอดปี~
 
 
 
 
HNY 2011
 
1.1.11